ทำความรู้จักกับอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญสำหรับผู้เล่นเกม Hearthstone ที่จำเป็นต้องเรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องนั้นก็คือการ “Play around” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้เล่น Hearthstone ทุกคน

ความสำคัญของ : Play around (คิดความน่าจะเป็นที่มีโอกาสเกิดขึ้นในเทิร์นถัดไปข้างหน้า)

ความสำคัญของการเล่นแบบ Play around ก็คือ การระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า
โดยหวังผลให้เหตุการณ์นั้นๆ มีผลกับรูปเกมน้อยลง หรือไม่มีผลกับรูปเกมเลย เพื่อลดโอกาสการพลิกเกมหรือเสียรูปเกมที่ได้เปรียบ
นอกจากการเล่นอย่างระมัดระวังแล้ว ยังต้องคอยวิเคราะห์รูปแบบการเล่นและ
Deck
ของคู่แข่ง เพื่อคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าและเตรียมการณ์รับมือไว้
ถือเป็นหนึ่งในสกิลสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม


การวิเคราะห์


ในการเล่นอย่างระมัดระวังนั้นต้องควบคู่ไปกับการวิเคราะห์คู่ต่อสู้ด้วยว่าคู่แข่งเล่น Deck อะไร ต้องเลือกการ์ดใบไหนอยู่ในมือแรก, คู่แข่งเล่นการ์ดอะไรไปแล้วบ้าง, รวมถึงWin condition (เงื่อนไขที่ทำให้ชนะ) ของ Deck คู่แข่งคืออะไร มีการ์ดใบไหนของเขาที่สามารถพลิกเกมกลับมาได้หรือทำให้รูปเกมเราเสียเปรียบได้บ้าง

 

ตัวอย่างการวิเคราะห์การ์ดของคู่แข่ง (เหตุการณ์สมมุติเพื่ออธิบายการวิเคราะห์)

1.
รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง


สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ถ้าเราต้องการจะเล่น Playaround นั้นคือการรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเล่นเด็คอะไร
โดยดูจากการเล่นของเขาในช่วง 1 – 3 เทิร์นแรก
และศึกษาเมต้าของเกมมาบ้างว่าปัจจุบันเด็คอะไรเป็นที่นิยมและมีการ์ดอะไรบ้าง


2. ประเมินสถานการณ์และลดความเสียหายให้น้อยที่สุด


เมื่อเรารู้ว่าฝั่งตรงข้ามเล่นเด็คอะไรและมีการ์ดอะไรบ้างที่เราต้องระวัง ระหว่างการเล่นให้เราประเมินสถานการณ์ที่แย่ที่สุดก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดหรือ ลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด โดยการ Play around มีหลายรูปแบบด้วยกัน

ตัวอย่างเช่น


การระวัง ไฟนรก ร่าย 4 ของ วอล๊อคในช่วงต้นเกม หากเราเป็น Aggro
การระวัง พายุหิมะ ในเทิร์นที่ 6 เมื่อเราต้องเจอกับคลาสเมจ

 

หรือการไม่ลงมินเนี่ยนเยอะโดยไม่จำเป็นในเทิร์น 5 เพื่อกัน วิวาท เมื่อเจอกับ Control Warrior
และ อเวจีบิดเบี้ยว เมื่อเจอกับ Warlock ในเทิร์น 8 ก็ตามที นอกจากนี้ก็ยังมี อัคคีวินาศ ของ Mage ในเทิร์น 7 และ ดัสก์เบรคเกอร์ ในเทิร์น 4 และ กรีดร้องทำลายจิต ในเทิร์น 7 ของ
Priest เป็นต้น

นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการ์ดอย่าง สร้างมลทิน ของวอล็อคที่เราเจอกันบ่อยๆ การที่เรามีมินเนี่ยนที่มีเลือดเหลือเป็นตัวเลขไล่ลำดับก็อันตรายต่อบอร์ดของเราเช่นกัน  แต่บางครั้งเราก็จำเป็นต้องล่อซื้อการ์ดของฝั่งตรงข้าม เพื่อเทิร์นถัดไปด้วยเช่นกัน 

 

 

รวมถึงมินเนี่ยนอย่าง ช่างเทคนิคควบคุมจิต ที่ต้องระวังเมื่อเรามีมินเนี่ยนเกิน 4 ตัวขึ้นไป ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการ์ดเวทมนตร์แต่ก็สร้างความแตกต่างและ
ข้อได้เปรียบในการเล่นได้เช่นกัน

ในส่วนของการ์ด Secret ซึ่งจะพบได้บ่อยใน Mage นั้นแต่ละใบเราสามารถเล่น Play around ได้แตกต่างกันไปอย่างเช่น เงาสะท้อน ผู้เล่นจะต้องเล่นการ์ดมินเนี่ยนที่มีผลต่อเกมหรืออ่อนที่สุดของเราก่อนเพื่อเช็ค Secret ของฝ่ายตรงข้าม แต่สุดท้ายมีโอกาสที่จะเจอ รูนระเบิด 6 ดาเมจ แทนเช่นกันในช่วงนี้

 

 


3.
ใครว่าตำแหน่งการ์ดไม่สำคัญ


นอกจากการคาดเดาและการเลือกเล่นการ์ดแล้ว ตำแหน่งของการ์ดที่เราลงแต่ละใบก็ส่งผลต่อเกม และเป็นหนึ่งในการ Play around เช่นกันเพราะปัจจุบันมีการ์ดหลายใบที่จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อผู้เล่นใช้อย่างถูกต้อง

 

หากเด็คของเรามีการบัฟ การวางตำแหน่งมินเนี่ยนก่อนหน้าก็ส่งผลต่อการเทรดเช่นกัน และมินเนี่ยนสำคัญๆ ในการเจอแต่ล่ะคลาส การวางตำแหน่งเพื่อหลบใบเคลียร์ต่างๆก็เป็นเรื่องที่เราสามารถระวังไว้ล่วงหน้าได้อีกด้วย

 

4. เรียนรู้จากการเล่นของ Pro Player

 

การนั่งดู Pro Player เล่นและวิเคราะห์เกมตามไปด้วยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้ผลดีเกินคาดสำหรับผู้เล่นที่กำลังฝึกเล่นเพื่อดูการคิวการ์ดที่จะเล่น รวมถึงศึกษา meta ของเกมไปในตัวด้วย

 

 

5. เรียนรู้ความผิดพลาด เพื่อนำไปแก้ไขในเกมต่อไป

 

แน่นอนว่าการเล่นแบบจัดอันดับ เราไม่สามารถ Play around การ์ดทุกใบได้อย่าง 100% แน่นอนเพราะฉะนั้นพยายามเล่นอย่างใจเย็นและ สะสมประสบการณ์เพื่อนำมาปรับใช้แก้ไขสถานการณ์ในเกมให้ได้ดีที่สุด

 

6.บางครั้งก็ต้องเสี่ยงเพื่อชัยชนะ

อย่างที่กล่าวมาในข้อ 5 เราไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามถือการ์ดอะไรอยู่บ้างเพราะฉะนั้น ถ้าเรามีโอกาสปิดเกมได้เมื่ออยู่ในรูปเกมที่
50/50 ก็สามารถเล่นเสี่ยงเพื่อลุ้นชนะได้เช่นกัน

 

 

แล้วพบกันใหม่ ในเนื้อหาถัดไปนะ ชาว Hearthstone ไทยทุกๆคน <3

 

 

 

 

 

 

< ย้อนกลับ